เตโชวิปัสสนา แจกโสดาบัน [01]

เรามาวิพากษ์วิจารณ์การให้เหตุผลของอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล เจ้าของสิทธิบัตร “เตโชวิปัสสนากันต่อ”  ข้อความมาจากกระทู้ “เตโชวิปัสสนา คืออะไร ใครมีประสบการณ์บ้าง” ในพันธุ์ทิพย์

ข้อที่  2.  เตโชวิปัสสนา แจกโสดาบัน

อาจารย์ไม่ได้สอบอารมณ์แล้วมานั่งแจกอะไรใครเช่นนั้นเลย และมิอาจเอื้อมตัดสินภูมิธรรม อะไรใครเลย คนตัดสินท่านอยู่ข้างบนโน่น

คนตัดสินที่อยู่ข้างบนโน่น มานั่งสอบเหมือนอาจารย์สอบวิทยานิพนธ์เลยหรือไง... หรือสอบข้อเขียน...... หรือข้อสอบวงกลม..... หรือใช้เงินซื้อเอา......

การได้ความเป็นอริยบุคคลที่มี 4 ขั้นนั้น เป็นเรื่องของกระแสจิตที่บริสุทธิ์เข้าข่าย

โลกฝั่งโลกุตระ ท่านก็กำหนดกระแสข่ายจิต ที่บริสุทธิ์เอาไว้ว่า ใครมีจิตบริสุทธิ์ข่ายไหนก็ถึงชั้นนั้นๆ เป็นการเข้าถึงโดยกระแส

มันมีอย่างนั้นหรืออาจารย์ ที่ว่า “การเข้าถึงโดยกระแส ผมเห็นแต่ว่า “กิเลสหมดเป็นโสดาบัน สังโยชน์หมดเป็นพระอรหันต์” นะ

การเข้าถึงโดยกระแสนี่  มันเป็นกระแสไฟ หรือกระแสน้ำ ล่ะอาจารย์

ส่วนที่มีคำอธิบายในพระไตรปิฏก เป็นการอธิบายคุณภาพจิตว่า อริยบุคคลชั้นไหน ละสังโยชน์อะไรไปได้จิตถึงได้ขึ้นชั้น

เหมือนระดับชั้นบรรยากาศที่บางเบาลอย ขึ้นสู่พื้นแบ่งเป็น 4 ระดับ จากระดับ 0 -10 เมตร ไปจนถึง 600 เมตร

อ้าว......ฉิบหายหนักเข้าไปอีก ตีความพระไตรปิฎกให้ผิดเพี้ยนไป เพื่อหลอกลวงอีก  แล้วถามจริง ที่เขียนไปข้างบนนั้น อาจารย์เข้าใจหรือเปล่า ว่ามันเป็นยังไง

การหลอกชาวบ้านนั่น  ตัวอาจารย์เองต้องแม่นเสียก่อนนา........

แหม.........โกหกละเอียดลออ มีตั้งแต่ “ระดับ 0 -10 เมตร ไปจนถึง 600 เมตร” คิดได้ยังไง  หน่วยวัดในทางศาสนานั้น เขาเล่นกันเป็นโยชน์นะอาจารย์

จิตเป็นเรื่องของพลังงานนะ อย่าไปมองเป็นเรื่องเหลือวิสัยแบบโบราณ ที่อธิบายไม่ได้

พระพุทธองค์ทรงเอกอุด้านวิทยาศาสตร์ ทรงเข้าถึงเรื่องกระแสพลังงานก่อนนักวิทยาศาสตร์ในโลกปัจจุบันเสียอีก

อ้าว........ พระพุทธองค์เป็นนักวิทยาศาสตร์เสียอีกแล้ว  ยัยคนนี้ มันโกหกเอามันอย่างเดียวเลยวุ้ย...

การที่อ่านความทางพระไตรปิฏกมาก แต่ไม่เคยลงมือปฏิบัติ ก็จะทำให้ติดอยู่แค่ตัวหนังสือ ความเป็นอริยบุคคล ก็อธิบายได้เป็นวิทยาศาสตร์

มันจะมั่วกันไปถึงไหน  ผมเองจบปริญญาเอกสหวิทยาการ อ่านแล้วก็ยังมึนๆ คือ ในทางโลกนี่ ผมเป็นคนเชื่อมโยงสาขาวิชาต่างๆ เข้าด้วยกันได้ดีกว่ากลุ่มอื่นๆ

ก็ผมจบปริญญาเอกสาขานี้ 

แต่ไอ้การโกหกของนี่ อาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกล มันสุดยอดยิ่งกว่า “สหวิทยากร” ที่ผมเรียนมาเสียอีก

มันมั่วเสียจนหา “ความจริง” อะไรไม่ได้เลย

เพราะเมื่อจิตบริสุทธิ์จากกิเลสมาก จิตก็เบา เมื่อเบามาก จิตก็สูงขึ้นสู่ชั้นที่สูงมาก

นี่ จิตมันกลายเป็นอากาศที่โดนความร้อนไปเสียแล้ว ถึงลอยได้อย่างบัลลูน  อีขาลงนี่ จะทำกันยังไงหนอ.......

แล้วผู้ที่จิตสูงละเอียดมาก ก็ย่อมสัมผัสหรือรู้เห็นในมิติหรือความบางละเอียดเรียกว่า เกิดอภิญญาได้

เอาอีกแล้ว ตีความใหม่อีกแล้ว  อภิญญาไม่ได้เป็นอย่างนั้น

สมัยก่อนโลกไม่มีอินเตอร์เนทใช้ เพราะยังไม่มีใครพัฒนาคลื่นกระแส แต่ตอนนี้ใช้ได้ ก็เพราะมีผู้พัฒนาเครื่องรับแล้ว

โอ๊ย........... กูจะบ้าตาย   ไม่รู้เรื่องก็ยังจะมาแต่งเรื่องอีก  สาวกของอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลนี่ มันสมองหมา ปัญญาควายพอๆ กับสาวกอรหอยเณรคำเลย

ยกตัวอย่างก็ยังยกผิด

นี่ก็เกิดจากการฝึกฝนและพัฒนาตน หากสงสัยเรื่องความเป็นอริยบุคคลเกิดขึ้นได้อย่างไร หรือรู้ได้อย่างไร ก็ต้องฝึกฝนจิต จะได้รู้ด้วยตนเอง

การฝึกจิตของอาจารย์อัจฉราวดี วงศ์สกลจะเป็นอย่างไร  ต้องอ่านตอนหน้าเสียแล้ว........



2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ15 มีนาคม 2557 10:22

    เขียนได้ดีมากครับ จริงๆน่าจะเอาไปลงพันทิพนะ

    จริงๆน่าให้พวกสาวกพระปราโมทย์มันมารุมตีด้วย
    เพราะอีห่านี่ก็เคยวิพากษ์วิจารณ์สมีปราโมทย์เหมือนกัน ให้โจรกัดกันเอง น่าจะมันส์

    แต่สมีปราโมทย์นี่เป็นมหาภัยในวงกรรมฐานอย่างแท้จริง

    ตอบลบ